สำนักประสานงานชุดโครงการ การวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง........ "สนับสนุนงานวิจัยเชิงพื้นที่  เชื่อมโยงภาคีเพื่อการพัฒนา"                           



 
 
 
 
 
 
 
 
 

      
       รหัสโครงการ
             ...RDG5050021      
       ชื่อโครการ                
...โครงการศึกษาทางเลือกการจัดระบบองค์กรชาวสวนยางใน
                                                       จังหวัดพัทลุง  ตรังและนครศรีธรรมราช
                                                                   เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่ากับองค์การสวนยาง
...       
       ชื่อหัวหน้าโครงการ  
 ...ผศ.บรรเจิด พฤฒิกิตติ
       ระยะเวลาโครงการ
    ...6 เดือน 
        .....................................................................................................................................
                 
     
หลักการและเหตุผล

                   ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติเป็นอันดับหนึ่งของโลก มีศักยภาพการผลิตประมาณปีละ 2.0 ล้านตัน          
         หรือประมาณร้อยละ 3.2 ของการผลิตของโลก มีอัตราการเพิ่มผลผลิตร้อยละ 7-10 ต่อปี มีเนื้อที่ปลูกยาง 12 ล้านไร่ ใน 36          จังหวัดทั่วประเทศ และเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 6 ล้านคน หรือ 1 ล้านครัวเรือน เกือบ          
         ทั้งหมดร้อยละ 97 เป็นสวนยางขนาดเล็กที่มีเนื้อที่สวนยางขนาดเล็กประมาณ 8-25 ไร่ และมีผู้ประกอบธุรกิจยาง 3,640 ราย         
         ซึ่งประกอบด้วยผู้ส่งออก ผู้ค้ายาง โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปยาง โรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง และโรงงาน          
         อุตสาหกรรมไม้
                   แม้ว่าปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี พ.ศ.2544 ไทยผลิตยางได้ 2.32 ล้านต้น เป็นการผลิต      
          เพื่อการส่งออก 2.04 ล้านตัน หรือร้อยละ 88.02 ซึ่งเป็นการส่งออกในรูปยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และน้ำยางข้น คิดเป็นมูลค่า      
         รวม 46,511 ล้านบาท ในขณะที่ประมาณ 253,000 ตัน หรือร้อยละ 10.91 เป็นการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ คิดเป็นมูลค่าเพียง      
         25,300 ล้านบาท
                   เมื่อพิจารณาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกับมาเลเซีย และอินโดนีเซียแล้ว เห็นได้ว่าไทยมีศักยภาพสูงด้าน         
          การผลิต แต่ในด้านอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางมาเลเซียกลับเป็นผู้นำทางด้านนี้ จากอดีตปริมาณการใช้ยางในประเทศใกล้เคียง       
          กับไทยและอินโดนีเซีย คือร้อยละ 10 ของการผลิต เพิ่มเป็นร้อยละ 30 ในปัจจุบัน ส่งผลให้มาเลเซียเป็นประเทศผู้ใช้ยางอันดับ
          5 ของโลก ในขณะที่ประเทศไทยมีอัตราการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นน้อยมาก ซึ่งจากการศึกษาพบว่าปัญหาที่ทำให้เราใช้ยาง       
          ในประเทศน้อยมีปัจจัยอยู่หลายประการด้วยกัน คือ (1) คุณภาพของผลผลิตยางแผ่นดิบยังมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ ยางแผ่นดิบ         
          มีคุณภาพค่อนข้างต่ำ และหลากหลาย (2) เกษตรกรชาวสวนยางไม่มีความรู้ด้านทักษะในอุตสาหกรรมการผลิตยางและ           
          อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางเท่าที่ควร (3) การค้นคว้าวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของภาครัฐไม่ว่า           
          จะเป็นอุตสาหกรรมยางดิบ และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางยังไม่มีเอกภาพ และไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และยังขาดการ           ประสานงาน และความร่วมมือจากภาคเอกชน(4)เกษตรกรขาดการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต และการแปรรูป          
          ยางพารา กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางส่วนใหญ่รวมตัวกันเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด ยังไม่มองถึงการเปลี่ยนแปลงวัตถุ           
          ประสงค์ เพื่ออุตสาหกรรมการแปรรูปและผลิตภัณฑ์ยาง ด้วยเหตุนี้ โครงการวิจัยนี้เป็น โครงการนำร่องเพื่อพัฒนา           
          อุตสาหกรรมในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางในภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้เป็นภาคที่มีการปลูกยางพารามากที่สุดในประทศไทย           
          มากกว่า ร้อยละ 90 ของเนื้อที่ปลูกยางทั่วประเทศ หรือมากกว่า 10 ล้านไร่ และร้อยละ 80 ของเกษตรกรชาวสวนยางทั่ว           
          ประเทศไทยอยู่ในภาคใต้ (สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร, 2545)
                   จากรายงานผลการวิจัย โครงการพัฒนาขบวนการสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง (บรรเจิด พฤฒิกิตติ และคณะ, 2549)           พบว่า สมาชิกสหกรณ์ขายผลผลิตในรูปน้ำยางสด เศษยาง และยางแผ่นดิบ สำหรับยางแผ่นรมควันจะผลิตโดยสหกรณ์กอง           
          ทุนสวนยาง ซึ่งผลิตจากน้ำยางสดที่รับซื้อจากสมาชิกสหกรณ์ และคาดว่าเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดอื่นๆก็น่าจะมีกรรมวิธี       
          การผลิตคล้ายคลึงกับเกษตรกรในจังหวัดพัทลุง อย่างไรก็ตามราคาน้ำยางสดก็ดี หรือยางแผ่นดิบก็ดี บางช่วงก็มีราคาตกต่ำ           
          หากเกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น หรือแปรรูปน้ำยางเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น ก็จะช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่าย           
          น้ำยางสด หรือยางแผ่นดิบในราคาที่สูงขึ้น
                    กอปรกับปัจจุบันทางองค์การสวนยาง มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางขั้นต้น ประกอบไปด้วย 3 โรงงาน ได้แก่
          (1) โรงงานแปรรูปยางแท่ง และยางเครปขาว มีกำลังผลิตรวม 17,700 ตันต่อปี แต่ในปี 2549 ผลิตได้เพียง 2,752 ตัน
          (2) โรงงานแปรรูปน้ำยางข้น และยางสกิม มีกำลังผลิตรวม13,000 ตันต่อปี แต่ในปี 2549 ผลิตได้เพียง 8,806 ตัน
          (3) โรงงานแปรรูปยางแผ่นรมควัน มีกำลังผลิต 40 ตันต่อวัน แต่ปัจจุบันโรงงานแปรรูปยางแผ่นรมควัน ยังไม่เปิดดำเนินการ           เพราะขาดแคลนวัตถุดิบ (องค์การสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , 2548) จากข้อมูลปริมาณกำลังผลิตเทียบกับปริมาณ           ที่สามารถผลิตได้ทำให้ทางคณะวิจัยเห็นสมควรศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ในพื้นที่ใกล้เคียง
          ที่มีวัตถุดิบ และองค์การสวนยางที่ต้องการวัตถุดิบ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในระบบการเชื่อมต่อห่วงโซ่คุณค่าแก่องค์การสวนยาง          
          ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น


      คำถามการวิจัย

          1) ขณะนี้องค์การสวนยางมีแผนธุรกิจ ที่จะแสวงหาพันธมิตรหรือไม่อย่างไร
          2) ในปัจจุบันสหกรณ์ และเกษตรกร/กลุ่มเกษตรชาวสวนยางในพื้นที่จังหวัดพัทลุงตรัง นครศรีธรรมราช มีจำนวนเท่าใด             
              และมีสถานการณ์เป็นอย่างไร
          3) ขณะนี้สหกรณ์ เกษตรกร/กลุ่มเกษตร ตลอดจนเครือข่ายชาวสวนยางที่มีอยู่เดิมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช                มีสภาพการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร อะไรคือปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน
          4) ทางเลือกรูปแบบการรวมตัวขององค์กรเกษตรกรชาวสวนยาง ในการสร้างห่วงโซ่คุณค่ากับองค์การสวนยางควรเป็นอย่างไร
          5) บทบาทที่ควรจะเป็นของหน่วยงานสนับสนุนทั้งภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนควรเป็นอย่างไร
          6) เกษตรกรชาวสวนยางมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตน้ำยางสดหรือยางแผ่นดิบหรือไม่ อย่างไร ในการเชื่อมโยง               ห่วงโซ่คุณค่ากับองค์การสวนยาง

     วัตถุประสงค์ของโครงการ
          1. เพื่อได้มาซึ่งทางเลือกของรูปแบบการรวมตัวของเกษตรกร/องค์กรเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ตรังและนครศรี-               ธรรมราช ในการสร้างห่วงโซ่คุณค่ากับองค์การสวนยาง
          2. เพื่อศึกษาบทบาทหน้าที่ของภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ/NGO ในการหนุนเสริมเกษตรกรชาวสวนยาง
          3. เพื่อศึกษาถึงรูปแบบในการผลิต ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด และการรวบรวมส่งมอบให้สอดคล้องกับระบบห่วงโซ่คุณค่า

     ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
          1. ได้มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสถานะของเกษตรกรชาวสวนยางและการรวมตัวกันของเกษตรกรในรูปแบบต่างๆ ตลอดจน               ศักยภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่ม
          2. มีข้อมูลบ่งชี้ว่าควรจะสนับสนุนการรวมตัวขององค์กรเกษตรกรชาวสวนยางในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
          3. ทราบถึงวงจรการแปรรูปเบื้องต้นจากน้ำยาง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนศักยภาพและเงื่อนไขที่สนับสนุนการแปรรูป              
             ขององค์การสวนยาง แก่เกษตรกร

     พื้นที่ศึกษา
         จังหวัดพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช


                รายชื่อนักวิจัย

 อันดับ
ชื่อ-นามสกุล
ตำแหน่ง
รายละเอียด
1
   ผศ.บรรเจิด พฤฒิกิตติ
  หัวหน้าโครงการ
2
   รศ.ดร.บัญชา สมบูรณ์สุข
  ผู้ร่วมวิจัย
3
   ผศ.ดร.วันชัย ธรรมสัจการ
  ผู้ร่วมวิจัย
4
   ผศ.กัลยา นิติเรืองจรัส   ผู้ร่วมวิจัย